การกำกับดูแลกิจการของบริษัท ในรอบปี 2567 – 2568
การประชุมผู้ถือหุ้น
การจัดประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทมีนโยบายส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระการประชุมหรือส่งคำถามเกี่ยวกับบริษัทได้ล่วงหน้าก่อนวันประชุม พร้อมทั้งเปิดเผยนโยบายและแนวปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มเข้าร่วมประชุม บริษัทกำหนดวาระการประชุมไว้เป็นเรื่อง ๆ อย่างชัดเจน โดยในวาระแต่งตั้งกรรมการ หนังสือนัดประชุมจะระบุชื่อพร้อมแนบประวัติย่อของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนอแต่งตั้งอย่างครบถ้วน และเสนอชื่อกรรมการให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเป็นรายบุคคล ในวาระแต่งตั้งผู้สอบบัญชี หนังสือนัดประชุมจะระบุชื่อผู้สอบบัญชี บริษัทที่สังกัด ประสบการณ์ความสามารถ ประเด็นเกี่ยวกับความเป็นอิสระ และค่าบริการไว้ครบถ้วนชัดเจน ส่วนในวาระอนุมัติจ่ายเงินปันผล จะมีการเปิดเผยนโยบายการจ่ายเงินปันผล อัตราเงินปันผลที่เสนอจ่าย พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ หนังสือนัดประชุมทุกวาระจะระบุวัตถุประสงค์หรือเหตุผลและความเห็นของคณะกรรมการไว้อย่างชัดเจน
หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นฉบับสมบูรณ์ทางไปรษณีย์ล่วงหน้าก่อนวันประชุม พร้อมโพสต์บนเว็บไซต์บริษัทและแจ้งข่าวผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันเดียวกัน โดยเผยแพร่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมกัน
ในปี 2568 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 23 เมษายน 2568 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 33 วัน
ปี 2567 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 26 เมษายน 2567 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 25 วัน
ปี 2566 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 27 เมษายน 2566 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 33 วัน และ
ปี 2565 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 22 เมษายน 2565 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 30 วัน
การเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมบนเว็บไซต์บริษัท
บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์บริษัทที่ https://www.apcs.co.th/th/investor/ir_ifn/rQDWewEb3Q ในหัวข้อ นักลงทุนสัมพันธ์ หมวด ข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้น สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568, 2567, 2566 และ 2565 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและทันเวลา
การแจ้งข่าวตลาดหลักทรัพย์
บริษัทแจ้งการเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพร้อมกับการเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทในวันเดียวกันทุกปี สามารถดูข้อมูลการแจ้งข่าวย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th) โดยค้นหาด้วยชื่อย่อหลักทรัพย์ APCS หรือ https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/APCS/news
วันประชุมผู้ถือหุ้น
กรรมการบริษัททุกท่าน ประธานกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ในปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีการเพิ่มวาระที่ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า บริษัทจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการประชุมในลักษณะสื่อวีดีทัศน์เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมทั้งมีทนายความและที่ปรึกษากฎหมายอิสระเป็นพยานในการนับคะแนนเสียง โดยการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระนับหนึ่งหุ้นเป็นหนึ่งเสียง สำหรับผู้ถือหุ้นที่มอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและระบุความประสงค์ในการออกเสียงไว้ล่วงหน้า บริษัทได้นำคะแนนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นบันทึกรวมไว้ในระบบลงคะแนนตามวาระแล้ว บริษัทยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและซักถามในที่ประชุม หากคำถามใดที่บริษัทไม่ได้ตอบในที่ประชุม บริษัทจะตอบและบันทึกไว้ในรายงานการประชุมซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์บริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ บริษัทอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองโดยการส่งแบบฟอร์มมอบฉันทะพร้อมหนังสือนัดประชุม โดยไม่มีเงื่อนไขที่ยุ่งยาก
ค่าตอบแทน กรรมการ และรายงานการประชุม
ในการเสนอวาระค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ บริษัทนำเสนอนโยบาย หลักเกณฑ์ และจำนวนเงินค่าตอบแทนของกรรมการแต่ละตำแหน่งอย่างชัดเจน แยกตามประเภท ได้แก่ ค่าตอบแทนรายเดือน เบี้ยประชุมรายครั้ง และค่าบำเหน็จกรรมการตามผลประกอบการ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ได้มีมติอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยประจำปี 2568 รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 2,500,000 บาท ซึ่งเท่ากับปี 2567 โดยค่าตอบแทนดังกล่าวคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนได้พิจารณาความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ ผลการดำเนินงาน สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และเทียบเคียงกับค่าตอบแทนของบริษัทที่มีธุรกิจคล้ายคลึงกันก่อนนำเสนอ
สำหรับการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อกรรมการล่วงหน้า ในปี 2568 เปิดรับระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์บริษัท เป็นเวลา 46 วัน ปรากฏว่าไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดเสนอชื่อบุคคลเข้ามา
รายงานการประชุมและการเผยแพร่มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทบันทึกมติที่ประชุมพร้อมผลการลงคะแนนเสียงในทุกวาระอย่างชัดเจน รวมถึงการจัดให้มีผู้ตรวจสอบการนับคะแนน การแจ้งวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนให้ผู้ถือหุ้นทราบ การบันทึกคำถามและคำตอบ และรายชื่อพร้อมตำแหน่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม บริษัทเผยแพร่มติที่ประชุมพร้อมผลการลงคะแนนในวันทำการถัดจากวันประชุมผ่านระบบแจ้งข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์บริษัท จากนั้นจัดทำรายงานการประชุมฉบับสมบูรณ์และเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทภายในระยะเวลาที่กำหนด
โครงสร้างการถือหุ้นและบริษัทย่อย
โครงสร้างการถือหุ้น
บริษัทไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบปิรามิดหรือการถือหุ้นไขว้ในกลุ่มบริษัท โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทมีความชัดเจน โปร่งใส ไม่มีการถือหุ้นเป็นทอด ๆ และไม่มีการถือหุ้นไขว้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อหุ้นคืน การกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน หรือการไม่เปิดเผยข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น และไม่มีกรณีถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือถูกดำเนินการทางแพ่งโดยหน่วยงานกำกับดูแล
บริษัทย่อยและการกำกับดูแลบริษัทย่อย
คณะกรรมการบริษัทกำหนดกลไกในการกำกับดูแลบริษัทย่อย โดยกระจายอำนาจให้กรรมการบริหารหรือผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ควบคุมดูแลแทน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทย่อยปฏิบัติตามแนวนโยบาย เป้าหมาย วิสัยทัศน์ และแผนกลยุทธ์ของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ฝ่ายจัดการของบริษัทย่อยต้องนำเสนอผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการบริหารรับทราบเป็นประจำ และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบทุกไตรมาส สำหรับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน การทำรายการระหว่างบริษัทย่อยกับบุคคลที่เกี่ยวโยง การได้มาหรือจำหน่ายสินทรัพย์ หรือรายการที่สำคัญ หน่วยงานตรวจสอบภายใน เลขานุการบริษัท และฝ่ายจัดการจะร่วมกันกำกับดูแลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีรายการให้กู้ยืมเงินหรือค้ำประกันสินเชื่อแก่บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทย่อย
นโยบายข้อมูลภายในและความขัดแย้งทางผลประโยชน์
นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน และนโยบายเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัท
บริษัทดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในโดยยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อบังคับของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงต้องรายงานการถือครองและเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ของตนเอง คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต่อเลขานุการบริษัทก่อนนำส่งสำนักงาน ก.ล.ต. ทุกครั้ง และเลขานุการบริษัทต้องส่งสำเนารายงานให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบรับทราบภายใน 7 วันทำการ นอกจากนี้ กรรมการต้องเปิดเผยและรายงานการซื้อ-ขายและถือครองหุ้นสามัญของบริษัทให้คณะกรรมการรับทราบในการประชุมทุกครั้ง รวมถึงรายงานการถือหุ้นของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้คณะกรรมการทราบทุกไตรมาส สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์บริษัท www.apcs.co.th
การอบรมและสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท
บริษัทจัดให้มีการอบรมและสื่อสารนโยบายการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน พร้อมแนวปฏิบัติให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบและปฏิบัติ โดยพนักงานทุกคนต้องลงนามรับทราบเนื้อหาของนโยบาย บริษัทยังกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและบุคคลที่เกี่ยวข้องเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งครั้งแรก ทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง และเป็นประจำทุกปี ในปีที่ผ่านมา ไม่มีกรณีการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายในโดยกรรมการและผู้บริหารของบริษัทแต่อย่างใด
นโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการรายงานการมีส่วนได้เสีย
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรอบคอบ เป็นธรรม และโปร่งใส โดยกำหนดนโยบายให้การตัดสินใจทางธุรกิจทุกอย่างต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น มีการเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นอย่างชัดเจน ไม่มีการถือหุ้นไขว้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท หากกรรมการท่านใดมีส่วนได้เสียกับเรื่องที่กำลังพิจารณา กรรมการท่านนั้นจะต้องไม่เข้าร่วมพิจารณาหรืองดออกเสียงในเรื่องนั้น เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างยุติธรรม และในกรณีที่มีการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันที่ต้องผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว
กรรมการและผู้บริหารระดับสูงต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อเลขานุการบริษัท โดยเลขานุการบริษัทจะส่งสำเนารายงานให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบรับทราบภายใน 7 วันทำการ มีการสอบทานข้อมูลเป็นประจำทุกไตรมาส และนำสรุปรายงานเสนอคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี ในปีที่ผ่านมา ไม่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์แต่อย่างใด
รายการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
บริษัทกำหนดนโยบายให้หากมีรายการที่เกี่ยวโยงกันที่เข้าข่ายต้องเปิดเผยข้อมูลหรือขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดและเหตุผลล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ครอบคลุมชื่อและความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวโยง นโยบายการกำหนดราคา มูลค่าของรายการ และความเห็นของคณะกรรมการ ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรายการระหว่างกันหรือการซื้อขายสินทรัพย์แต่อย่างใด
การอบรมและการปฏิบัติตามกฎหมาย
การให้ความรู้และการอบรมพนักงาน ผู้บริหาร และกรรมการ
บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยจัดอบรมทั้งแบบเชิญวิทยากรจากภายนอกและการอบรมภายใน ครอบคลุมหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ บริษัทกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานใหม่ทุกคนต้องผ่านการอบรม ทดสอบความรู้ และลงนามรับทราบ คิดเป็นร้อยละ 100 ในส่วนกรรมการบริษัท บริษัทจัดให้มีการสื่อสารและสร้างความตระหนักด้านจรรยาบรรณธุรกิจและนโยบายต่อต้านทุจริตผ่านสื่อออนไลน์ อินโฟกราฟิก และการเชิญวิทยากรมาอบรมที่สำนักงาน ในปี 2568 กรรมการบริษัทและผู้บริหารได้รับการสื่อสารและอบรมครบทุกท่าน คิดเป็นร้อยละ 100
สถิติการจัดอบรมในปี 2568
ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีพนักงานรวมทั้งสิ้น 146 คน บริษัทจัดฝึกอบรมพนักงานรวม 1,997 ชั่วโมงต่อปี คิดเป็นเฉลี่ย 15.13 ชั่วโมงต่อคนต่อปี โดยมีงบประมาณการฝึกอบรม 724,947 บาท หรือเฉลี่ย 4,965 บาทต่อคนต่อปี สำหรับหลักสูตรด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีและต่อต้านทุจริต กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานใหม่ได้รับการสื่อสาร อบรม และทดสอบความรู้ครบ คิดเป็นร้อยละ 100
การปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย และเกณฑ์ต่าง ๆ
ในปี 2568 บริษัทไม่มีการกระทำใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล และไม่มีกรณีถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือมีการดำเนินการทางแพ่งจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการซื้อหุ้นคืน การกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน หรือการไม่เปิดเผยข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders Agreement) ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทหรือผู้ถือหุ้นรายอื่น
ในปี 2568 กรรมการบริษัทและผู้บริหารของบริษัทไม่มีการกระทำใดที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล ไม่มีกรณีถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือมีการดำเนินการทางแพ่งโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ป.ป.ช. เกี่ยวกับการกระทำผิดด้านการทุจริต ไม่มีกรณีกรรมการอิสระหรือกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารลาออกอันเนื่องมาจากประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการ และกรรมการทุกท่านไม่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับจริยธรรม
การเปิดเผยข้อมูลสำคัญทางการเงิน
ในปี 2568 บริษัทไม่มีกรณีที่ถูกขึ้นเครื่องหมายโดยหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทไม่มีการส่งรายงานทางการเงินรายไตรมาสล่าช้า ไม่มีการส่งรายงานทางการเงินรายปีล่าช้า และไม่มีกรณีถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ SETLink ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์บริษัทที่ www.apcs.co.th เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ทั่วถึง และโปร่งใส
สรรหากรรมการบริษัทและการประเมินคณะกรรมการบริษัท
การสรรหากรรมการบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนทำหน้าที่สรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท โดยพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการตามกรอบ Board Skill Matrix & Board Diversity เพื่อให้คณะกรรมการมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ การปรับโครงสร้าง ขนาด และองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเรียบร้อยแล้ว
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการบริษัทมีจำนวน 7 คน ประกอบด้วยกรรมการบริหาร 4 คน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 3 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกรรมการอิสระตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน กรรมการทุกท่านมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ การบัญชีและการเงิน อุตสาหกรรม ความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมาย สถาปัตยกรรม เกษตรกรรม และการแพทย์และสุขภาพ
บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนที่คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนจะพิจารณารายชื่อและคุณสมบัติของผู้สมัคร ในปี 2568 บริษัทเปิดรับการเสนอชื่อเป็นเวลา 46 วัน ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์บริษัท โดยไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อมายังบริษัทแต่อย่างใด
หลักเกณฑ์ในการสรรหากรรมการบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รวมถึงประกาศและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีเวลาเพียงพอในการอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ และสอดคล้องกับทักษะ ประสบการณ์ และความหลากหลายตาม Board Skill Matrix ที่คณะกรรมการกำหนด
กระบวนการสรรหาดำเนินการภายใต้นโยบายและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงความหลากหลายของคณะกรรมการทั้งด้านเพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ทักษะ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ อาจใช้ฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นส่วนหนึ่งในการสรรหากรรมการด้วย
กระบวนการในการสรรหากรรมการบริษัท
กระบวนการสรรหากรรมการของบริษัทปฏิบัติตามข้อบังคับบริษัทและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มจากการที่บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นและกรรมการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จากนั้นคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนจะพิจารณาทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการและกำหนดความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จำเป็นตาม Board Skill Matrix เพื่อดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยจะมีการพิจารณาประวัติการศึกษาและประสบการณ์ของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างละเอียดครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ
เมื่อได้ผู้สมัครที่เหมาะสมแล้ว คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนจะเสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเลือกตั้งเป็นรายบุคคล ตามข้อบังคับบริษัทข้อ 17 ซึ่งกำหนดให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคนใช้คะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการทีละคน โดยไม่สามารถแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้ สำหรับกรรมการที่ออกตามวาระ บริษัทกำหนดให้กรรมการออกจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดในแต่ละปี และกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งอีกได้
ในปี 2568 คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนได้สรรหากรรมการแทนผู้ที่ครบกำหนดออกตามวาระ 3 ท่าน ได้แก่ นายอภิชาติ การุณกรสกุล นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม และนายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล โดยนายอภิชาติ การุณกรสกุลได้แจ้งความประสงค์พ้นจากตำแหน่ง คณะกรรมการสรรหาฯ จึงเสนอให้นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม และนายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล กลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง และเสนอแต่งตั้ง ม.ร.ว. ภูมินทร์ วรวรรณ เข้าดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ได้มีมติอนุมัติตามที่เสนอ
การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีของคณะกรรมการบริษัท
บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ครอบคลุม 3 รูปแบบ ได้แก่ การประเมินทั้งคณะ การประเมินคณะกรรมการชุดย่อย และการประเมินรายบุคคล โดยแบบประเมินแบ่งหัวข้อการประเมินครอบคลุม 6 หมวด ประกอบด้วย โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของกรรมการ ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ และการพัฒนาตนเองของกรรมการ ซึ่งสอดคล้องตามแบบประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผลการประเมินจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและคณะกรรมการบริษัทต่อไป และเปิดเผยในรายงานประจำปี (56-1 One Report)
กระบวนการในการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
กระบวนการประเมินเริ่มจากคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนพิจารณาแบบประเมินและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบ จากนั้นเลขานุการคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนจะนำส่งแบบประเมินให้กรรมการแต่ละท่านดำเนินการประเมิน เมื่อเสร็จสิ้นจะรวบรวมผลการประเมิน ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ นำส่งคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเพื่อพิจารณา สรุปผลและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ก่อนเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปี
ในปี 2568 คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองทั้งแบบทั้งคณะและรายบุคคล โดยผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 192.00 คะแนน จากคะแนนเต็ม 192.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 100
การสรรหาและประเมินผล CEO / รักษาการกรรมการผู้จัดการ
ทักษะที่จำเป็นสำหรับการสรรหาผู้นำบริษัท
คณะกรรมการบริษัทกำหนดกรอบทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รักษาการกรรมการผู้จัดการ ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความเป็นผู้นำ (Leadership) การดำเนินกลยุทธ์ (Strategy Execution) การวางแผนและผลทางการเงิน (Financial Planning & Performance) ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ (Board Relations) ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียภายนอกและนักลงทุน (External Relations & IR) และการบริหารบุคลากรพร้อมแผนสืบทอดตำแหน่ง (People Management & Succession)
หลักเกณฑ์ในการสรรหาผู้นำบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม มีประวัติการทำงานที่โปร่งใส มีความสามารถในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ และมีเวลาเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ต้องสามารถบริหารงานได้โดยเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือรายอื่นใด
ปัจจุบัน นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รักษาการกรรมการผู้จัดการ มีผลนับตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2568 ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568
กระบวนการในการสรรหาผู้นำบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการบริหาร เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา กระบวนการสรรหาเน้นความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยพิจารณาคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีคุณธรรมจริยธรรม ทั้งจากผู้บริหารภายในและภายนอกองค์กรตามความเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้ผู้บริหารสูงสุดที่มีความเป็นมืออาชีพและสามารถนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อได้บุคคลที่เหมาะสมแล้วจึงเสนอรายชื่อพร้อมเหตุผลประกอบต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแต่งตั้งและกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ต่อไป
ค่าตอบแทน CEO / รักษาการกรรมการผู้จัดการ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
โครงสร้างค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมีการกำหนดอย่างเหมาะสม ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยประกอบด้วยค่าตอบแทนรายเดือนและเงินรางวัลประจำปี ซึ่งพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ผลการดำเนินงานของบริษัท สภาวะธุรกิจโดยรวม และผลสำรวจค่าตอบแทนของบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งในปีดังกล่าว ได้แก่ เงินเดือน เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสวัสดิการอื่น รวมจำนวนทั้งสิ้น 29.04 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้จ่ายเงินรางวัลประจำปีให้แก่ผู้บริหารในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังจ่ายค่าเบี้ยประชุมให้แก่กรรมการที่เป็นผู้บริหารรวมทั้งสิ้น 925,000 บาท โดยบริษัทไม่มีโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ (ESOP) และไม่มีโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจางและลูกจ้าง (EJIP) แต่อย่างใด
เมื่อเทียบกับค่าตอบแทนพนักงาน บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนและผลประโยชน์ให้แก่พนักงาน 146 คน รวมเป็นเงิน 107.54 ล้านบาท ในปี 2568 คิดเป็นค่าตอบแทนเฉลี่ยพนักงานประมาณ 736,575 บาทต่อคนต่อปี
การถือครองหลักทรัพย์และแนวทางการถือครองหุ้นของบริษัท
บริษัทกำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานการถือครองและเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ของตนเอง คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต่อเลขานุการบริษัทก่อนนำส่งสำนักงาน ก.ล.ต. ทุกครั้ง โดยเลขานุการบริษัทจะนำส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบรับทราบภายใน 7 วันทำการ และรายงานการเปลี่ยนแปลงต่อคณะกรรมการบริษัทในการประชุมทุกไตรมาส
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กรรมการและผู้บริหารถือหุ้นในบริษัท ดังนี้ นายสมโภชน์ วัลยะเสวี (ประธานกรรมการ / กรรมการอิสระ) ถือหุ้น 211,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.03 , พล.ท. ศ.คลินิก นพ.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ (กรรมการอิสระ) ถือหุ้น 5,200,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.79 , นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม (ประธานกรรมการบริหาร / CEO / รก.กรรมการผู้จัดการ) ถือหุ้น 852,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.13 ส่วนกรรมการท่านอื่น ได้แก่ นางรัตนา อนุภาสนันท์ ม.ร.ว. ภูมินทร์ วรวรรณ นายสุริยล อุดชาชน และนายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล ไม่มีการถือหุ้นในบริษัท ทั้งนี้ การถือหุ้นดังกล่าวรวมการถือหุ้นของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
การวัดผลการดำเนินงานของ CEO / รักษาการกรรมการผู้จัดการ
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการวัดผลการดำเนินงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รักษาการกรรมการผู้จัดการ โดยคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งมิติทางการเงิน ได้แก่ รายได้รวม กำไรหรือขาดทุน และกระแสเงินสด และมิติที่ไม่ใช่การเงิน ได้แก่ ความคืบหน้าของโครงการ EPC และการจัดหาสัญญาใหม่ การขยายและพัฒนาธุรกิจตามแผน การพัฒนาบุคลากรและแผนสืบทอดตำแหน่ง การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Code) และนโยบาย ESG รวมถึงความพึงพอใจของลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุน ผลการประเมินนำไปใช้ประกอบการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนประจำปีและเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาเห็นชอบต่อไป