ติดต่อเรา
เมนูสำหรับผู้พิการ

ข่าวสารและกิจกรรม

การกำกับดูแลกิจการของบริษัท

  • 13.05.2569
  • 338 ครั้ง

การกำกับดูแลกิจการของบริษัท ในรอบปี 2567 – 2568

การประชุมผู้ถือหุ้น

1.1 การจัดประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทมีนโยบายส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอวาระการประชุมหรือส่งคำถามเกี่ยวกับบริษัทได้ล่วงหน้าก่อนวันประชุม พร้อมทั้งเปิดเผยนโยบายและแนวปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มเข้าร่วมประชุม บริษัทกำหนดวาระการประชุมไว้เป็นเรื่อง ๆ อย่างชัดเจน โดยในวาระแต่งตั้งกรรมการ หนังสือนัดประชุมจะระบุชื่อพร้อมแนบประวัติย่อของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนอแต่งตั้งอย่างครบถ้วน และเสนอชื่อกรรมการให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเป็นรายบุคคล ในวาระแต่งตั้งผู้สอบบัญชี หนังสือนัดประชุมจะระบุชื่อผู้สอบบัญชี บริษัทที่สังกัด ประสบการณ์ความสามารถ ประเด็นเกี่ยวกับความเป็นอิสระ และค่าบริการไว้ครบถ้วนชัดเจน ส่วนในวาระอนุมัติจ่ายเงินปันผล จะมีการเปิดเผยนโยบายการจ่ายเงินปันผล อัตราเงินปันผลที่เสนอจ่าย พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ หนังสือนัดประชุมทุกวาระจะระบุวัตถุประสงค์หรือเหตุผลและความเห็นของคณะกรรมการไว้อย่างชัดเจน

1.2 หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นฉบับสมบูรณ์ทางไปรษณีย์ล่วงหน้าก่อนวันประชุม พร้อมโพสต์บนเว็บไซต์บริษัทและแจ้งข่าวผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันเดียวกัน โดยเผยแพร่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมกัน

ในปี 2568 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 23 เมษายน 2568 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 33 วัน

ปี 2567 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 26 เมษายน 2567 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 25 วัน

ปี 2566 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 27 เมษายน 2566 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 33 วัน และ

ปี 2565 บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 22 เมษายน 2565 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ซึ่งเป็นการเผยแพร่ล่วงหน้า 30 วัน

1.3 การเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมบนเว็บไซต์บริษัท

บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์บริษัทที่ https://www.apcs.co.th/th/investor/ir_ifn/rQDWewEb3Q ในหัวข้อ นักลงทุนสัมพันธ์ หมวด ข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้น สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568, 2567, 2566 และ 2565 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและทันเวลา

1.4 การแจ้งข่าวตลาดหลักทรัพย์

บริษัทแจ้งการเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพร้อมกับการเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทในวันเดียวกันทุกปี สามารถดูข้อมูลการแจ้งข่าวย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th) โดยค้นหาด้วยชื่อย่อหลักทรัพย์ APCS หรือ https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/APCS/news

1.5 วันประชุมผู้ถือหุ้น

กรรมการบริษัททุกท่าน ประธานกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ในปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีการเพิ่มวาระที่ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า บริษัทจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการประชุมในลักษณะสื่อวีดิทัศน์เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมทั้งมีทนายความและที่ปรึกษากฎหมายอิสระเป็นพยานในการนับคะแนนเสียง โดยการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระนับหนึ่งหุ้นเป็นหนึ่งเสียง สำหรับผู้ถือหุ้นที่มอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและระบุความประสงค์ในการออกเสียงไว้ล่วงหน้า บริษัทได้นำคะแนนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นบันทึกรวมไว้ในระบบลงคะแนนตามวาระแล้ว บริษัทยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและซักถามในที่ประชุม หากคำถามใดที่บริษัทไม่ได้ตอบในที่ประชุม บริษัทจะตอบและบันทึกไว้ในรายงานการประชุมซึ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์บริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ บริษัทอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองโดยการส่งแบบฟอร์มมอบฉันทะพร้อมหนังสือนัดประชุม โดยไม่มีเงื่อนไขที่ยุ่งยาก

ค่าตอบแทน กรรมการ และรายงานการประชุม

1.6 ค่าตอบแทนกรรมการและการเลือกตั้งกรรมการ

ในการเสนอวาระค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ บริษัทนำเสนอนโยบาย หลักเกณฑ์ และจำนวนเงินค่าตอบแทนของกรรมการแต่ละตำแหน่งอย่างชัดเจน แยกตามประเภท ได้แก่ ค่าตอบแทนรายเดือน เบี้ยประชุมรายครั้ง และค่าบำเหน็จกรรมการตามผลประกอบการ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ได้มีมติอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยประจำปี 2568 รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 2,500,000 บาท ซึ่งเท่ากับปี 2567 โดยค่าตอบแทนดังกล่าวคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนได้พิจารณาความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ ผลการดำเนินงาน สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และเทียบเคียงกับค่าตอบแทนของบริษัทที่มีธุรกิจคล้ายคลึงกันก่อนนำเสนอ

สำหรับการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อกรรมการล่วงหน้า ในปี 2568 เปิดรับระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์บริษัท เป็นเวลา 46 วัน ปรากฏว่าไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดเสนอชื่อบุคคลเข้ามา

1.7 การประชุมคณะกรรมการบริษัท

บริษัทจัดให้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง หรือโดยต้องประชุมอย่างน้อย 1 ครั้งทุก 3 เดือน โดยมีการกำหนดตารางประชุมล่วงหน้าและแจ้งให้กรรมการแต่ละท่านทราบตั้งแต่การประชุมในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนหน้า เพื่อให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลาเข้าร่วมประชุมได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ อาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเรื่องเร่งด่วนตามความจำเป็น

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมทั้งสิ้น 8 ครั้ง โดยกรรมการทุกท่าน (ไม่รวมกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งระหว่างปี) มีสัดส่วนการเข้าร่วมประชุมร้อยละ 100 ของจำนวนครั้งทั้งหมด บริษัทจัดส่งเอกสารประกอบวาระการประชุมให้กรรมการแต่ละท่านล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เพียงพอ เพื่อให้กรรมการมีโอกาสศึกษาข้อมูลก่อนการประชุมอย่างรอบคอบ

ประธานกรรมการซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม และเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ การลงมติให้ถือเสียงข้างมาก โดยกรรมการหนึ่งท่านมีหนึ่งเสียง กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาจะไม่เข้าร่วม และ/ไม่ออกเสียงลงคะแนนในวาระนั้น หากคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาดเพิ่มอีกหนึ่งเสียง ทั้งนี้ ในบางวาระที่ประชุมเฉพาะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร บริษัทได้จัดให้มีการประชุมแยกต่างหากเพื่อรักษาความเป็นอิสระในการพิจารณา

บริษัทอนุญาตให้กรรมการเข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามพระราชกำหนดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และได้กำหนด e-Meeting Rules ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยประธานกรรมการมีอำนาจกำหนดรูปแบบการประชุมตามความเหมาะสม

เลขานุการบริษัทจัดทำรายงานการประชุมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป และประธานกรรมการบริษัทลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง จากนั้นจัดเก็บอย่างเป็นระบบทั้งในรูปแบบเอกสารชั้นความลับและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกในการสืบค้นและตรวจสอบ

ตารางการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ประจำปี 2568 (1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568)
มีดังนี้

ลำดับ

รายชื่อกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการสรรหา
และค่าตอบแทน

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริหาร

ประชุมผู้ถือหุ้น

   

ครั้ง / %

ครั้ง / %

ครั้ง / %

ครั้ง / %

ครั้ง / %

ครั้ง / %

1

นายสมโภชน์ วัลยะเสวี

8/8 (100%)

8/8 (100%)

-

-

-

-

2

นางรัตนา อนุภาสนันท์

8/8 (100%)

8/8 (100%)

3/3 (100%)

4/4 (100%)

-

1/1 (100%)

3

พล.ท. ศ.คลินิก นพ.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์

8/8 (100%)

8/8 (100%)

3/3 (100%)

-

-

1/1 (100%)

4

นายอภิชาติ การุณกรสกุล 1)

3/3 (100%)

-

-

1/1 (100%)

1/1 (100%)

1/1 (100%)

ม.ร.ว. ภูมินทร์ วรวรรณ 2)

5/5 (100%)

-

-

3/3 (100%)

1/1 (100%)

-

5

นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม 3)

8/8 (100%)

-

3/3 (100%)

4/4 (100%)

2/2 (100%)

1/1 (100%)

6

นายสุริยล อุดชาชน

8/8 (100%)

-

-

4/4 (100%)

2/2 (100%)

1/1 (100%)

7

นายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล

8/8 (100%)

-

-

4/4 (100%)

2/2 (100%)

1/1 (100%)

 

สัดส่วนรวม (รายคณะ)

100%

100%

100%

100%

100%

100%

หมายเหตุ : 1) นายอภิชาติ การุณกรสกุล ครบกำหนดออกตามวาระและแจ้งความประสงค์พ้นจากตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2568

2) ม.ร.ว. ภูมินทร์ วรวรรณ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัท / กรรมการบริหารความเสี่ยง / กรรมการบริหาร แทนนายอภิชาติ การุณกรสกุล มีผลตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2568

3) นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม ได้รับแต่งตั้งกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท / กรรมการบริหารความเสี่ยง / กรรมการสรรหาและค่าตอบแทน / ประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการ อีกวาระหนึ่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2568

 

1.8 รายงานการประชุมและการเผยแพร่มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทบันทึกมติที่ประชุมพร้อมผลการลงคะแนนเสียงในทุกวาระอย่างชัดเจน รวมถึงการจัดให้มีผู้ตรวจสอบการนับคะแนน การแจ้งวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนให้ผู้ถือหุ้นทราบ การบันทึกคำถามและคำตอบ และรายชื่อพร้อมตำแหน่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม บริษัทเผยแพร่มติที่ประชุมพร้อมผลการลงคะแนนในวันทำการถัดจากวันประชุมผ่านระบบแจ้งข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์บริษัท จากนั้นจัดทำรายงานการประชุมฉบับสมบูรณ์และเผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทภายในระยะเวลาที่กำหนด

โครงสร้างการถือหุ้นและบริษัทย่อย

1.9 โครงสร้างการถือหุ้น

โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทมีความชัดเจน โปร่งใส ไม่มีการถือหุ้นเป็นทอด ๆ และไม่มีการถือหุ้นไขว้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อหุ้นคืน การกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน หรือการไม่เปิดเผยข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น และไม่มีกรณีถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือถูกดำเนินการทางแพ่งโดยหน่วยงานกำกับดูแล

1.10 บริษัทย่อยและการกำกับดูแลบริษัทย่อย

คณะกรรมการบริษัทกำหนดกลไกในการกำกับดูแลบริษัทย่อย โดยกระจายอำนาจให้กรรมการบริหารหรือผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ควบคุมดูแลแทน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทย่อยปฏิบัติตามแนวนโยบาย เป้าหมาย วิสัยทัศน์ และแผนกลยุทธ์ของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ฝ่ายจัดการของบริษัทย่อยต้องนำเสนอผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการบริหารรับทราบเป็นประจำ และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบทุกไตรมาส สำหรับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน การทำรายการระหว่างบริษัทย่อยกับบุคคลที่เกี่ยวโยง การได้มาหรือจำหน่ายสินทรัพย์ หรือรายการที่สำคัญ หน่วยงานตรวจสอบภายใน เลขานุการบริษัท และฝ่ายจัดการจะร่วมกันกำกับดูแลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีรายการให้กู้ยืมเงินหรือค้ำประกันสินเชื่อแก่บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทย่อย และ ไม่มีกรณีการทำผิดเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ

นโยบายข้อมูลภายในและความขัดแย้งทางผลประโยชน์

1.11 นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน และนโยบายเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัท

บริษัทดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในโดยยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อบังคับของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงต้องรายงานการถือครองและเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ของตนเอง คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต่อเลขานุการบริษัทก่อนนำส่งสำนักงาน ก.ล.ต. ทุกครั้ง และเลขานุการบริษัทต้องส่งสำเนารายงานให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบรับทราบภายใน 7 วันทำการ นอกจากนี้ กรรมการต้องเปิดเผยและรายงานการซื้อ-ขายและถือครองหุ้นสามัญของบริษัทให้คณะกรรมการรับทราบในการประชุมทุกครั้ง รวมถึงรายงานการถือหุ้นของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้คณะกรรมการทราบทุกไตรมาส สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์บริษัท www.apcs.co.th

1.12 การอบรมและสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท

บริษัทจัดให้มีการอบรมและสื่อสารนโยบายการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน พร้อมแนวปฏิบัติให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบและปฏิบัติ โดยพนักงานทุกคนต้องลงนามรับทราบเนื้อหาของนโยบาย บริษัทยังกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงรายงานการมีส่วนได้เสียของตนและบุคคลที่เกี่ยวข้องเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งครั้งแรก ทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง และเป็นประจำทุกปี ในปีที่ผ่านมา ไม่มีกรณีการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายในโดยกรรมการและผู้บริหารของบริษัทแต่อย่างใด

1.13 นโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการรายงานการมีส่วนได้เสีย

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรอบคอบ เป็นธรรม และโปร่งใส โดยกำหนดนโยบายให้การตัดสินใจทางธุรกิจทุกอย่างต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น มีการเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นอย่างชัดเจน ไม่มีการถือหุ้นไขว้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท หากกรรมการท่านใดมีส่วนได้เสียกับเรื่องที่กำลังพิจารณา กรรมการท่านนั้นจะต้องไม่เข้าร่วมพิจารณาหรืองดออกเสียงในเรื่องนั้น เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างยุติธรรม และในกรณีที่มีการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันที่ต้องผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว

กรรมการและผู้บริหารระดับสูงต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อเลขานุการบริษัท โดยเลขานุการบริษัทจะส่งสำเนารายงานให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบรับทราบภายใน 7 วันทำการ มีการสอบทานข้อมูลเป็นประจำทุกไตรมาส และนำสรุปรายงานเสนอคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี ในปีที่ผ่านมา ไม่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์แต่อย่างใด

1.14 รายการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

บริษัทกำหนดนโยบายให้หากมีรายการที่เกี่ยวโยงกันที่เข้าข่ายต้องเปิดเผยข้อมูลหรือขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดและเหตุผลล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ครอบคลุมชื่อและความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวโยง นโยบายการกำหนดราคา มูลค่าของรายการ และความเห็นของคณะกรรมการ ในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรายการระหว่างกันหรือการซื้อขายสินทรัพย์แต่อย่างใด

การอบรมและการปฏิบัติตามกฎหมาย

1.15 การให้ความรู้และการอบรมพนักงาน ผู้บริหาร และกรรมการ

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยจัดอบรมทั้งแบบเชิญวิทยากรจากภายนอกและการอบรมภายใน ครอบคลุมหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ บริษัทกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานใหม่ทุกคนต้องผ่านการอบรม ทดสอบความรู้ และลงนามรับทราบ คิดเป็นร้อยละ 100 ในส่วนกรรมการบริษัท บริษัทจัดให้มีการสื่อสารและสร้างความตระหนักด้านจรรยาบรรณธุรกิจและนโยบายต่อต้านทุจริตผ่านสื่อออนไลน์ อินโฟกราฟิก และการเชิญวิทยากรมาอบรมที่สำนักงาน ในปี 2568 กรรมการบริษัทและผู้บริหารได้รับการสื่อสารและอบรมครบทุกท่าน คิดเป็นร้อยละ 100

1.16 สถิติการจัดอบรมในปี 2568

ในปี 2568 บริษัทได้จัดฝึกอบรมพนักงาน เท่ากับ 1,997 ชม.ต่อปี หรือคิดเป็นจำนวน 13.68 ชั่วโมงต่อคนต่อปี โดยมีงบประมาณการฝึกอบรม จำนวน 724,947 บาท หรือคิดเป็น 4,965 บาทต่อคนต่อปี

1.17 การปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย และเกณฑ์ต่าง ๆ

ในปี 2568 บริษัทไม่มีการกระทำใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล และไม่มีกรณีถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือมีการดำเนินการทางแพ่งจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการซื้อหุ้นคืน การกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน หรือการไม่เปิดเผยข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders Agreement) ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทหรือผู้ถือหุ้นรายอื่น

1.18 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

ในปี 2568 กรรมการบริษัทและผู้บริหารของบริษัทไม่มีการกระทำใดที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล ไม่มีกรณีถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือมีการดำเนินการทางแพ่งโดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ป.ป.ช. เกี่ยวกับการกระทำผิดด้านการทุจริต ไม่มีกรณีกรรมการอิสระหรือกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารลาออกอันเนื่องมาจากประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการ และกรรมการทุกท่านไม่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับจริยธรรม

1.19 การเปิดเผยข้อมูลสำคัญทางการเงิน

ในปี 2568 บริษัทไม่มีกรณีที่ถูกขึ้นเครื่องหมายโดยหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทไม่มีการส่งรายงานทางการเงินรายไตรมาสล่าช้า ไม่มีการส่งรายงานทางการเงินรายปีล่าช้า และไม่มีกรณีถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงินโดยสำนักงาน ก.ล.ต. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบ SETLink ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์บริษัทที่ www.apcs.co.th เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ทั่วถึง และโปร่งใส

สรรหากรรมการบริษัทและการประเมินคณะกรรมการบริษัท

2.1 การสรรหากรรมการบริษัท

คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนทำหน้าที่สรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท โดยพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการตามกรอบ Board Skill Matrix & Board Diversity เพื่อให้คณะกรรมการมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ การปรับโครงสร้าง ขนาด และองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเรียบร้อยแล้ว

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการบริษัทมีจำนวน 7 คน ประกอบด้วยกรรมการบริหาร 4 คน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 3 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกรรมการอิสระตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน กรรมการทุกท่านมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ การบัญชีและการเงิน อุตสาหกรรม ความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมาย สถาปัตยกรรม เกษตรกรรม และการแพทย์และสุขภาพ

บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนที่คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนจะพิจารณารายชื่อและคุณสมบัติของผู้สมัคร ในปี 2568 บริษัทเปิดรับการเสนอชื่อเป็นเวลา 46 วัน ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์บริษัท โดยไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อมายังบริษัทแต่อย่างใด

2.2 หลักเกณฑ์ในการสรรหากรรมการบริษัท

คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รวมถึงประกาศและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีเวลาเพียงพอในการอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ และสอดคล้องกับทักษะ ประสบการณ์ และความหลากหลายตาม Board Skill Matrix ที่คณะกรรมการกำหนด

กระบวนการสรรหาดำเนินการภายใต้นโยบายและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงความหลากหลายของคณะกรรมการทั้งด้านเพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ทักษะ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ อาจใช้ฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นส่วนหนึ่งในการสรรหากรรมการด้วย

2.3 กระบวนการในการสรรหากรรมการบริษัท

กระบวนการสรรหากรรมการของบริษัทปฏิบัติตามข้อบังคับบริษัทและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มจากการที่บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นและกรรมการเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จากนั้นคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนจะพิจารณาทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการและกำหนดความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จำเป็นตาม Board Skill Matrix เพื่อดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยจะมีการพิจารณาประวัติการศึกษาและประสบการณ์ของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่ออย่างละเอียดครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจ

เมื่อได้ผู้สมัครที่เหมาะสมแล้ว คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนจะเสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเลือกตั้งเป็นรายบุคคล ตามข้อบังคับบริษัทข้อ 17 ซึ่งกำหนดให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคนใช้คะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการทีละคน โดยไม่สามารถแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้ สำหรับกรรมการที่ออกตามวาระ บริษัทกำหนดให้กรรมการออกจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดในแต่ละปี และกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งอีกได้

ในปี 2568 ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการพิจารณาสรรหาเป็นกรรมการ คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนจึงดำเนินการสรรหาจากกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568

คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนได้สรรหากรรมการแทนผู้ที่ครบกำหนดออกตามวาระ 3 ท่าน ได้แก่ นายอภิชาติ การุณกรสกุล นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม และนายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล โดยนายอภิชาติ การุณกรสกุลได้แจ้งความประสงค์พ้นจากตำแหน่ง คณะกรรมการสรรหาฯ จึงเสนอให้นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม และนายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล กลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง และเสนอแต่งตั้ง ม.ร.ว. ภูมินทร์ วรวรรณ เข้าดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ได้มีมติอนุมัติตามที่เสนอ

2.4 การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีของคณะกรรมการบริษัท

บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคมของทุกปี ครอบคลุม 3 รูปแบบ ได้แก่ การประเมินทั้งคณะ การประเมินคณะกรรมการชุดย่อย และการประเมินรายบุคคล โดยแบบประเมินแบ่งหัวข้อการประเมินครอบคลุม 6 หมวด ประกอบด้วย โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของกรรมการ ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ และการพัฒนาตนเองของกรรมการ ซึ่งสอดคล้องตามแบบประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผลการประเมินจะนำไปใช้เพื่อพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและคณะกรรมการบริษัทต่อไป และเปิดเผยในรายงานประจำปี (56-1 One Report)

2.5 กระบวนการในการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ

กระบวนการประเมินเริ่มจากคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนพิจารณาแบบประเมินและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบ จากนั้นเลขานุการคณะกรรมการจะนำส่งแบบประเมินให้กรรมการแต่ละท่านดำเนินการประเมิน เมื่อเสร็จสิ้นจะรวบรวมผลการประเมิน ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ นำส่งคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเพื่อพิจารณา สรุปผลและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ก่อนเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปี

ในปี 2568 บริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยครบทุกรูปแบบ ดังนี้

(1) ครอบคลุม 6 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของกรรมการ ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ และการพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 239.14 คะแนน จากคะแนนเต็ม 240.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 96.64

(2)

  • คณะกรรมการตรวจสอบ ครอบคลุม 6 หัวข้อ ได้แก่ การสอบทานการจัดทำงบการเงิน การสอบทานการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง เรื่องทั่วไป การคัดเลือกเสนอแต่งตั้งและเสนอค่าตอบแทน รายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 152.67 คะแนน จากคะแนนเต็ม 154.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 99.13
  • คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทน ครอบคลุม 4 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทน บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ การประชุมคณะกรรมการ และการทำหน้าที่ของกรรมการ ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 192.00 คะแนน จากคะแนนเต็ม 192.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 100.00
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ครอบคลุม 2 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 55.80 คะแนน จากคะแนนเต็ม 56.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 99.64

(3) ครอบคลุม 3 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ และการประชุมคณะกรรมการ ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 50.86 คะแนน จากคะแนนเต็ม 52.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 97.80

(4) ครอบคลุม 5 หัวข้อ ได้แก่ คุณสมบัติของประธานกรรมการบริษัท บทบาทในการส่งเสริมการทำหน้าที่ของคณะกรรมการให้บรรลุผล บทบาทในการนำการประชุมคณะกรรมการ บทบาทในการเป็นตัวแทนของบริษัท และบทบาทในการบริหารจัดการความสัมพันธ์หลัก ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 76.00 คะแนน จากคะแนนเต็ม 76.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 100.00

(5) การประเมินตนเองของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ครอบคลุม 10 หัวข้อ ได้แก่ ความเป็นผู้นำ การกำหนดกลยุทธ์ การปฏิบัติตามกลยุทธ์ การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ความสัมพันธ์กับภายนอก การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร การสืบทอดตำแหน่ง ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ และคุณลักษณะส่วนตัว ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ "ดีเยี่ยม" มีคะแนนเฉลี่ย 228.00 คะแนน จากคะแนนเต็ม 228.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 100.00

2.6 การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

บริษัทจัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้ง โดยบริษัทจัดเตรียมแฟ้มเอกสารปฐมนิเทศ ตาม Board Orientation Checklist ครอบคลุมข้อมูลบริษัทและลักษณะธุรกิจ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ กฎบัตรคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายสำคัญขององค์กร ได้แก่ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และนโยบาย ESG นอกจากนี้ยังจัดให้กรรมการใหม่ได้พบปะกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อรับทราบข้อมูลเชิงลึกและซักถามข้อสงสัยได้โดยตรง

ในปี 2568 บริษัทได้จัดการปฐมนิเทศให้แก่ ม.ร.ว. ภูมินทร์ วรวรรณ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัท กรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2568 โดยครบถ้วนตามรายการใน Board Orientation Checklist ทุกประการ

การสรรหาและประเมินผล CEO / รักษาการกรรมการผู้จัดการ

2.7 ทักษะที่จำเป็นสำหรับการสรรหาผู้นำบริษัท

คณะกรรมการบริษัทกำหนดกรอบทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รักษาการกรรมการผู้จัดการ ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความเป็นผู้นำ (Leadership) การดำเนินกลยุทธ์ (Strategy Execution) การวางแผนและผลทางการเงิน (Financial Planning & Performance) ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ (Board Relations) ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียภายนอกและนักลงทุน (External Relations & IR) และการบริหารบุคลากรพร้อมแผนสืบทอดตำแหน่ง (People Management & Succession)

2.8 หลักเกณฑ์ในการสรรหาผู้นำบริษัท

คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม มีประวัติการทำงานที่โปร่งใส มีความสามารถในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ และมีเวลาเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ต้องสามารถบริหารงานได้โดยเป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือรายอื่นใด

ปัจจุบัน นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รักษาการกรรมการผู้จัดการ มีผลนับตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2568 ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568

2.9 กระบวนการในการสรรหาผู้นำบริษัท

คณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการบริหาร เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา กระบวนการสรรหาเน้นความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยพิจารณาคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีคุณธรรมจริยธรรม ทั้งจากผู้บริหารภายในและภายนอกองค์กรตามความเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้ผู้บริหารสูงสุดที่มีความเป็นมืออาชีพและสามารถนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อได้บุคคลที่เหมาะสมแล้วจึงเสนอรายชื่อพร้อมเหตุผลประกอบต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาแต่งตั้งและกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ต่อไป

2.10 ค่าตอบแทน CEO / รักษาการกรรมการผู้จัดการ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

โครงสร้างค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมีการกำหนดอย่างเหมาะสม ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยประกอบด้วยค่าตอบแทนรายเดือนและเงินรางวัลประจำปี ซึ่งพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ผลการดำเนินงานของบริษัท สภาวะธุรกิจโดยรวม และผลสำรวจค่าตอบแทนของบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงที่ดำรงตำแหน่งในปีดังกล่าว ได้แก่ เงินเดือน เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสวัสดิการอื่น รวมจำนวนทั้งสิ้น 29.04 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้จ่ายเงินรางวัลประจำปีให้แก่ผู้บริหารในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังจ่ายค่าเบี้ยประชุมให้แก่กรรมการที่เป็นผู้บริหารรวมทั้งสิ้น 925,000 บาท โดยบริษัทไม่มีโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ (ESOP) และไม่มีโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (EJIP) แต่อย่างใด

เมื่อเทียบกับค่าตอบแทนพนักงาน บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นให้แก่พนักงาน 146 คน รวมเป็นเงิน 107.54 ล้านบาท

2.11 การถือครองหลักทรัพย์และแนวทางการถือครองหุ้นของบริษัท

บริษัทกำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานการถือครองและเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ของตนเอง คู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต่อเลขานุการบริษัทก่อนนำส่งสำนักงาน ก.ล.ต. ทุกครั้ง โดยเลขานุการบริษัทจะนำส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบรับทราบภายใน 7 วันทำการ และรายงานการเปลี่ยนแปลงต่อคณะกรรมการบริษัทในการประชุมทุกไตรมาส

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กรรมการและผู้บริหารถือหุ้นในบริษัท ดังนี้ นายสมโภชน์ วัลยะเสวี (ประธานกรรมการ / กรรมการอิสระ) ถือหุ้น 211,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.03 , พล.ท. ศ.คลินิก นพ.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ (กรรมการอิสระ) ถือหุ้น 5,200,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.79 , นางพิมพฤดา พิทักษ์ธีระธรรม (ประธานกรรมการบริหาร / CEO / รก.กรรมการผู้จัดการ) ถือหุ้น 852,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.13 ส่วนกรรมการท่านอื่น ได้แก่ นางรัตนา อนุภาสนันท์ ม.ร.ว. ภูมินทร์ วรวรรณ นายสุริยล อุดชาชน และนายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล ไม่มีการถือหุ้นในบริษัท ทั้งนี้ การถือหุ้นดังกล่าวรวมการถือหุ้นของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

2.12 การวัดผลการดำเนินงานของ CEO / รักษาการกรรมการผู้จัดการ

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการวัดผลการดำเนินงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / รักษาการกรรมการผู้จัดการ โดยคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งมิติทางการเงิน ได้แก่ รายได้รวม กำไรหรือขาดทุน และกระแสเงินสด และมิติที่ไม่ใช่การเงิน ได้แก่ ความคืบหน้าของโครงการ EPC และการจัดหาสัญญาใหม่ การขยายและพัฒนาธุรกิจตามแผน การพัฒนาบุคลากรและแผนสืบทอดตำแหน่ง การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Code) และนโยบาย ESG รวมถึงความพึงพอใจของลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุน ผลการประเมินนำไปใช้ประกอบการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนประจำปีและเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาเห็นชอบต่อไป

 

 

 

 

ข้อมูลสำคัญอื่นๆ

 

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2566 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 มีมติแต่งตั้ง บริษัท สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย มีชัยไทยแลนด์ จำกัด เป็น เลขานุการบริษัท ตามมาตรา 89/15 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับ พ.ศ. 2551

  1. คำแนะนำเบื้องต้นแก่กรรมการเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด กฎระเบียบ และข้อบังคับของบริษัท และติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
  2. ดูแลให้การเปิดเผยข้อมูลและรายงานสนเทศในส่วนที่รับผิดชอบตามระเบียบและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  3. จัดทำและเก็บรักษาเอกสารดังต่อไปนี้

3.1 ทะเบียนกรรมการ

3.2 หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการและรายงานการประชุมคณะกรรมการ

3.3 หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น

3.4รายงานประจำปีของบริษัท

3.5รายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10 /2565 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 มีมติแต่งตั้ง นายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล ตำแหน่งกรรมการบริหาร (ดูแลงานด้านการเงินและบัญชี) ทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการควบคุมดูแลการทำบัญชีของบริษัท โดยเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านบัญชี

คณะกรรมการตรวจสอบ ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 มีมติแต่งตั้ง นางสาวปริฉัตร ขจรกลิ่น ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ดูแลงานตรวจสอบภายใน โดยคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโดยตรงในการควบคุมดูแลการตรวจสอบภายใน

นายประสิทธิ์ หาญปิยวัฒนสกุล ตำแหน่งกรรมการบริหาร และผู้รับผิดชอบสูงสุดในสายงานบัญชีและการเงิน เป็นผู้มีความรู้และความสามารถด้านการเงิน และการลงทุนเป็นหัวหน้างานนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท เป็น ผู้รับผิดชอบงานนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย ผู้ถือหุ้น รวมทั้งนักวิเคราะห์และหน่วยงานภาครัฐที่่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม โดยหากผู้ถือหุ้นต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์ได้โดยตรงผ่านช่องทางต่อไปนี้

ที่อยู่ : 223/53 อาคารคันทรี่คอมเพล็กซ ์ อาคารเอ ชั้น 13 ถนนสรรพาวุธ แขวงบางนาใต้

เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

โทรศัพท์ : (660) 2-361-5494

โทรสาร : (660) 2-361-5496

อีเมล  : ir@apcs.co.th